ทำไมเราควรใช้ Big Data ในการดำเนินธุรกิจ E-commerce


Share this article

ในปัจจุบันธุรกิจ E-commerce ต้องเผชิญกับข้อมูลมากมายมหาศาล การจะเก็บข้อมูลเหล่านั้นแล้วสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ Big Data จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น

สิ่งท้าทายและปัญหาใหญ่ที่สุดในธุรกิจ E-commerce ก็คือการเก็บ การจัดเก็บและการจัดการกับข้อมูล จากแหล่งข้อมูลหลายๆแหล่ง ซึ่งข้อมูลจากหลายๆแหล่งถือเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ที่รอให้นำมาวิเคราะห์ ถือเป็นงานที่ท้าทายสำหรับการจะวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ แต่สำหรับ Big Data ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการและจัดเก็บข้อมูลที่ได้มาจากหลากหลายแหล่ง และยังช่วยให้เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการด้านการตลาดเข้าใจข้อมูลที่ได้มาจากหลายแหล่งนั้นได้ง่ายขึ้น อาทิ Inventory management system, CRM, AdWord / AdSense analytics และ email service provider statistics เป็นต้น

ช่วยในการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล

เครื่องมืออันทรงพลังของ Big Data ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่สุดในภาคธุรกิจคือ การที่มันทำให้ผู้ขายสามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆในการดำเนินธุรกิจได้โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ผ่าน Big Data  และตั้งแต่นั้นมาตัวเลือกที่ใช้ในการตัดสินใจก็จะมาจากข้อมูลเชิงลึก อีกทั้งข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์เหล่านี้ยังสามารถบอกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้อีกด้วย ทำให้เจ้าของธุรกิจเลี่ยงผลเสียที่จะเกิดจากการตัดสินใจผิดพลาดได้

ตัวอย่างเช่น คุณทำธุรกิจด้าน IT Solution แต่ลูกค้าของคุณอาจจะไม่ใช้คนที่เป็นพวกชอบใช้โซเชี่ยลมีเดีย จากการวิเคราะห์ข้อมูลทำให้พบว่าการจะติดต่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มนี้ให้ได้ผลที่สุดคือการติดต่อผ่านททางอีเมลและโทรศัพท์ ดังนั้นการลงทุนทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์จึงควรทำผ่านสองช่องทางนี้ แทนที่จะลงเงินไปอย่างเปล่าประโยชน์ด้สนการทำโฆษณาบนสื่อโซเชี่ยล

ข้อเสนอแบบเฉพาะเจาะจง

Big Data ช่วยให้คุณสามารถติดต่อสื่อสารและสร้างข้อเสนอที่เหมาะกับลูกค้าแบบรายบุคคลได้ และการติดตามเก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าแล้วนำมาวิเคราะห์หาจุดเชื่อมโยงก็จจะทำให้คุณเห็นภาพว่าการเข้าหาแบบไหนที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่จะช่วยเปลี่ยนลูกค้าที่อาจเข้ามาซื้อแค่ครั้งเดียวให้กลับมาซื้อซ้ำอีก

ตัวอย่างที่ดีของการสร้างข้อเสนอแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล คือเว็บไซต์ Bikeberry.com ร้านค้าออนไลน์ที่เก็บข้อมูลลูกค้าทุกอย่าง ตั้งแต่ รูปแบบการเข้าชมเว็บฯ จำนวนครั้งที่ล็อคอิน และประวัติการซื้อบนเว็บฯ เป็นต้น หลังจากนั้นเว็บไซต์ก็จะใช้ข้อมูลนั้นในการสร้าง 5 ข้อเสนอที่แตกต่างกัน คือ อัตราส่วนลดค่าส่งสินค้า ที่มีตั้งแต่ ลด 5%, 10%, 15% และ $30 สำหรับสินค้าใหม่ ซึ่งอัตราส่วนลดแต่ละระดับจะถูกส่งไปยังลูกค้าทุกคน โดยลูกค้าคนไหนจะได้ส่วนลดเท่าไหร่นั้นจะมีการใช้ Customer Profiling Engine ในการดูประวัติลูกค้าว่ามีส่วนร่วมกับเว็บไซต์มากน้อนเพียงใด

ผลลัพธ์ที่ได้ของ Bikeberry.com คือ ยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 133% และการมีส่วนร่วมในเว็บไซต์ของลูกค้าก็เพิ่มขึ้นกว่า 20% นอกจากนั้น Bikeberry.com ยังสามารถประหยัดเงินจากการต้องส่งส่วนลดที่มากเกินจำเป็นไปให้ลูกค้าที่อาจไม่ได้สนใจ

ในโลกปัจจุบันที่ข่าวสารและข้อมูลคือตัวขับเคลื่อนการทำงานในแทบทุกภาคส่วน ภาคธุรกิจคือภาคที่จัดว่ามีการแข่งขันที่สูงและสู้กันด้วยข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมมูลสินค้า ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลคู่แข่ง การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสกัดเอาองค์ความรู้ รูปแบบความคล้ายคลึง หรือรายละเอียดข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในข้อมูลจำนวนมหาศาล จึงเปรียบเสมือนกุณแจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและนั้นคือคำตอบของคำถามที่ว่าทำไม เราควรใช้ Big Data ในการดำเนินธุรกิจแบบ E-commerce

Cr. bigdatalandscape.com, static.pexels.com

READ  สัญญาณบอกว่า Big Data สำคัญกับธุรกิจของคุณ

Share:

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ไม่พลาดทุกการอัพเดทจาก Big Data Experience Center

Big Data Experience Center (BX)

ชั้น 12 อาคาร Knowledge Exchange Center (KX)
110/1 ถนนกรุงธนบุรี, แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600
อีเมล์: contact@bigdataexperience.org