การนำเทคโนโลยี IOT และการวิเคราะห์ข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในกีฬาฟุตบอล


Share this article

สวัสดีครับ สำหรับบทความนี้เราจะมาสนใจในด้านของกีฬากัน นั้นคือการนำเทคโนโลยี IOT และการวิเคราะห์ข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในกีฬาฟุตบอล ในปัจจุบันเราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่วิเคราะห์ข้อมูลทำให้มีผลต่อประสิทธิภาพการในการแข่งขันกีฬาเป็นอย่างมาก โดยมันสามารถติดตามและวิเคราะห์ความพร้อมและคุณภาพของนักเตะรายบุคคลได้

โดยนิตยสาร New York Times มีบทความเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลของทีมลิเวอร์พูล ที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ทีมเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ใครที่สนใจสามารถไปอ่านกันได้ครับ อย่างไรก็ดีบทความนี้เราจะมาดูกันว่าทีมฟุตบอลใช้เทคโนโลยีที่น่าสนใจใดบ้างมาพัฒนาการกีฬาและเพิ่มอรรถรสในการรับชมการแข่งขัน รวมทั้งใช้การวิเคราะห์ข้อมูลใดบ้าง

สิ่งแรกที่ผมสงสัยเวลาดูบอลจบพักครึ่งหรือจบเกมส์ จะมีสถิติออกมาให้ผู้ชมได้เห็นคือระยะที่วิ่ง (Distance Covered) ว่านักเตะแต่ละคนวิ่งไปกี่กิโลเมตรแล้ว สถิตินี้เขามีการเก็บข้อมูลไว้ได้อย่างไร ใช้อะไรในการติดตามนักเตะแต่ละคน รวมถึงสถิติอื่นๆ ซึ่งอาจจะมีผลต่อเกมส์การแข่งขัน เช่น จำนวนการ Sprint จำนวนการ Tackle และอื่นๆ โดยเห็นข้อมูลสถิตินี้ได้จาก การเปรียบเทียบนักเตะแต่ละคน

อย่างรูปภาพด้านบนเป็นสถิติระหว่างเกมส์รอบชิงชนะเลิศของ UEFA Champion League จากสถิติจะเห็นว่านักเตะ Top 5 ของลิเวอร์พูลทำงานหนักมากเมื่อเทียบกับโรม่า ผมจึงศึกษาค้นคว้า แล้วพบว่าวิธีการเก็บและติดตามข้อมูลระยะวิ่งของนักเตะนั้นจะมีด้วยกัน 2 วิธีดังนี้

1. Tracking Device

วิธีการติดตามข้อมูลของนักเตะ วิธีแรกเป็นการใส่อุปกรณ์ Tracking เพื่อให้นักกีฬาสวมใส่ง่าย แล้วใส่เสื้อบอลทับอีกที โดยดูได้จากตัวอย่างฟุตบอลโลกที่ผ่านมา บราซิลเป็นหนึ่งในชาติที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน เพื่อเก็บข้อมูลนักเตะซึ่งเสื้อนี้จะมีอุปกรณ์หลายอย่างประกอบอยู่ภายใน เช่น มี GPS เพื่อคำนวนระยะทางที่วิ่งได้ Accelerometers เพื่อวัดความเร็วของนักเตะเมื่อวิ่ง มี Gyroscopes เพื่อวัดทิศทางการวางตัวในรูปแบบ 3 มิติ มี Magnetometers เพื่อวัดทิศทางการวิ่ง รวมถึงมีเซ็นต์เซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น (สามารถดูรายละเอียดอุปกรณ์ Tracking ได้จากลิงค์นี้ https://statsports.com/soccer/ )อุปกรณ์นี้จะทำการเก็บข้อมูลแบบ Real time รวมถึงสามารถคำนวนและส่งข้อมูลกลับไปเพื่อแสดงผลได้

โดยอุปกรณ์นี้เริ่มเป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งฟุตบอล บาสเกตบอล อเมริกันฟุตบอล เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการเล่นและดูแลนักกีฬาให้มีความพร้อมอยู่เสมอ รวมถึง FIFA ได้รองรับให้นักวิเคราะห์ของทีมฟุตบอลสามารถเก็บและส่งข้อมูลระหว่างการทำแข่งขันได้ ตั้งแต่มีนาคม 2018 (แต่อุปกรณ์ต้องได้รับมาตรฐาน) ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยีมายกระดับวงการฟุตบอลได้

(VIDEO URL : https://youtu.be/oAjRA4m2mFE) อันนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทีมจากพรีเมียร์ลีค อังกฤษอย่างคริสตัล พาเลซได้อธิบายถึงการนำ Tracking Device นี้ไปใช้งานในการซ้อมทีมเพื่อเก็บข้อมูลและวางแผนการเล่น

2. Visual Tracking

วิธีนี้แทนที่จะใช้อุปกรณ์ติดตัวเหมือนกับในวิธีแรก แต่จะเป็นการวิเคราะห์และติดตามผ่านทางรูปภาพ/วิดีโอแทน ทาง FIFA ได้นำเทคโนโลยีที่เรียกว่า Matrics มาเพื่อเก็บข้อมูลแล้วนำไปแสดงเป็น Heatmap ของการส่งบอล หรือระยะทางที่วิ่งได้ ซึ่งผมคิดว่ากราฟฟิคที่เราเห็นกันระหว่างการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น UEFA Champion League หรือ EUROPA League เป็นการใช้เทคโนโลยีเช่นเดียวกันนี้ทั้งสิ้น เนื่องจากทางผู้จัดไม่สามารถนำอุปกรณ์ติดตัวนักเตะได้ แต่สามารถจับภาพและตำแหน่งของนักเตะจากวิดีโอแทนได้

โดยวิดีโอด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างของ TRACAB ที่ประยุกต์ใช้กับลีคเยอรมันอย่าง Bundesliga ในวิดีโอนั้นเราจะเห็นว่าแต่ละสนามแข่งขันจะมีการติดตั้ง HD Camera เพื่อที่จับตำแหน่งนักเตะ แล้วข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ต่อไป แต่วิธีนี้จะไม่สามารถเก็บข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจได้เหมือนกับวิธีแรกนะครับ (VIDEO URL: https://youtu.be/x4VGBe9AqMg)

อันนี้เป็น 2 วิธีหลัก ที่เป็นเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลเพื่อมาวิเคราะห์และพัฒนาแผนการเล่นฟุตบอลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถป้องกันการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย โดยผู้ดูแลฟิตเนสของบราซิลออกมาเปิดเผยว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ทำให้มีอัตราการบาดเจ็บน้อยลง รวมถึงได้ช่วยเนย์มาร์ นักเตะชาวบราซิลในเกมส์การแข่งขันจริงในนัดชิงแชมป์อีกด้วย โดยผู้ดูแลได้บอกให้เขาผ่อนเกมส์ลง ไม่งั้นเขามีความเสี่ยงที่จะมีอาการบาดเจ็บได้ ทำให้ในสุดท้ายในเกมส์นั้นเนย์มาร์เป็นคนยิงจุดโทษลูกสุดท้ายพาบราซิลชนะเยอรมันและคว้าแชมป์โอลิมปิกในที่สุด

สุดท้ายสำหรับบทความนี้ แน่นอนว่าเมื่อเรามีข้อมูลแล้วแต่ไม่ทำอะไร ย่อมไม่เกิดประโยชน์ตามมา วิดีโอด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างในการเก็บข้อมูลและนำเสนอไปในเวลาเดียวกัน เพื่อดูจุดบกพร่องของทีม เช่น Center Back ยืนห่างกันเกินไปทำให้เกิดช่อง หรือการเคลื่อนตัวของทีมนั้นมี Tempo ที่ช้าทำให้เสียเปรียบคู่แข่ง เป็นต้น

สำหรับฟุตบอลไทย ผมไม่แน่ใจว่าเริ่มมีสโมสรไหนที่มีการเก็บข้อมูลนี้หรือยัง แต่ในด้านของช่องข่าว ไม่ว่าจะเป็น PPTV หรืออีกหลายๆที่ มีการวิเคราะห์รูปเกมส์ออกมาให้ชมกัน ถ้าผู้อ่านทราบข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้สามารถแบ่งปันกันได้ เพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่นรับทราบ ในปัจจุบันนี้ กีฬาฟุตบอลไทยได้นำเทคโนโลยีมาใช้เช่นกัน เช่น การให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินใช้ภาพวิดิโอ เพื่อดูเหตุการณ์ย้อนหลัง (Video Assistant Referee: VAR) สำหรับช่วยในการตัดสินใจของกรรมการ ในบทความต่อไป จะกล่าวถึงเทคโนโลยี VAR และ Goal Line นั้นมีการทำงานอย่างไร ขอบคุณครับ

Reference

READ  ให้ AI ทำงานควบคู่กับ Privacy ด้วยวิธี Federated Learning

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ไม่พลาดทุกการอัพเดทจาก Big Data Experience Center

Big Data Experience Center (BX)

ชั้น 14 อาคาร Knowledge Exchange Center (KX)
110/1 ถนนกรุงธนบุรี, แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600
อีเมล์: [email protected]

ABOUT

SERVICES