5 ข้อดีที่คุณจะได้รับ…ถ้าใช้ Big Data ทำ E-commerce


Share this article

ธุรกิจ Ecommerce มีแต่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว จากอิทธิพลการซื้อขายออนไลน์ที่มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ เราจึงจะมาดูกันว่าถ้าหากใช้ Big Data ใน E-commerce มันจะดียังไง

1. จัดการกับข้อมูลราคาให้สัมพันธ์กับความน่าเชื่อถือ

อย่างเว็บไซต์ Amazon เองก็มีการนำเอาเครื่องมือ Big Data เข้ามาช่วยในการจัดการกับราคาของผู้ขายรายย่อยในเว็บไซต์ กล่าวคือสิ่งของอย่างหนึ่งอาจมีผู้ขายหลายรายและในวันหนึ่งๆผู้ขายก็อาจะจะปรับราคาหลายรอบ ทั้งตั้งให้ต่ำลงและเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น ซึ่งในกรณีของการขายของราคาต่ำสุดอาจจะไม่ได้หมายความว่าดีที่สุด แต่ราคาต้องสัมพันธ์กับคุณภาพสินค้า ของแถมและความน่าเชื่อถือ ซึ่ง Big Data สามารถเข้ามาจัดการกับข้อมูลส่วนนี้เพื่อแสดงราคาที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน ที่นอกจากจะช่วยผู้ซื้อให้ตัดสินใจซื้อสินค้าที่ตรงกับความต้องการและอยู่ในงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยกำหนดราคาแข่งขันหรือราคากลางไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป เป็นไกด์ไลน์ในการตั้งราคาให้แก่ผู้ขายรายย่อยหน้าใหม่ที่สนใจจะเข้ามาขายสินค้าในหมวดนั้นๆได้อีกด้วย

2. ช่วยนำเสนอข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้องแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล

Amazon ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านการนำเอา Big Data มาใช้ในการทำ product recommendations หรือ การนำเสนอสินค้าที่ลูกค้าอาจสนใจ หากคูรเคยช็อปในเว็บไซต์ Amazon จะต้องเคยได้เห็นแถบหัวข้อ ‘Customers who bought this item also bought’ ที่แปลได้ว่า “ลูกค้าที่ซื้อสินค้าชิ้นนี้ยังซื้อสินค้าเหล่านี้ด้วย” เป็นการเพิ่มยอดขายด้วยการนำเสนอสินค้าที่มีความเกี่ยวเนื่องและอาจอยู่ในความสนใจของลูกค้าที่ค้นหาสินค้าเหมือนๆกัน โดยใช้หลักความชอบที่เหมือนกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ Amazon มียอดขายเพิ่มขึ้น 30% หลังจากที่มีการนำเสนอแบบนี้

3. คาดการณ์ความเป็นไปล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

ลองจินตนาการว่าเราเข้าไปค้นหาสินค้าในเว็บไซต์หนึ่ง แล้วเว็บไซต์นั้นเรียนรู้ความชอบของเรา จากนั้นเมื่อเรากลับเข้ามาดูสินค้าในเว็บไซต์นั้นอีกครั้ง เว็บไซต์ก็มีการแนะนำสินค้าที่เราสนใจได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหา ความประทับใจแบบนั้นสำหรับลูกค้าสามารถนำไปสู่การตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การเก็บข้อมูลความชอบ จำนวนที่ขาย ช่วงเวลาที่ขายไป ยังช่วยให้ผู้ขายสามารถคาดการณ์ได้ว่าช่วงเวลาไหนสินค้าอะไรจะขายดี ซึ่งทำให้สามารถสต็อคสินค้าได้เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าได้ถูกต้อง ช่วยลดการเสียโอกาสในการขาย
นอกจากนี้ Big Data ที่มีความสามารถในการเก็บข้อมูลได้จากหลายแหล่ง ยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจ E-commerce สามารถจับตาดูเทรนด์ได้ผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย และเก็บข้อมูลว่าสินค้าชนิดไหนที่กำลังเป็นที่ต้องการหรือมาแรง ซึ่งวิธีนี้แม้แต่บริษัทเพลงในอเมริกาที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง EMI ก็นำมาใช้เพื่อสร้างแคมเปญและโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และกลุ่มคนฟังเพลงในแต่ละแนวเพลง

4. ช่วยลดอัตราที่ตะกร้าสินค้าถูกปล่อยทิ้ง

จากศึกษาของเว็บไซต์ eBay พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีการเช็คข้อมูลสินค้าผ่านอุปกรณ์ต่างๆประมาณ 3-5 อุปกรณ์ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ และบ่อยครั้งที่ตะกร้าสินค้าที่มีการเพิ่มสินค้าเข้าไปแล้วถูกปล่อยทิ้งโดยไม่มีการซื้อเพราะลูกค้าเปลี่ยนอุปกรณ์ในการเข้าดูสินค้า ดังนั้นเมื่อมี Big Data เข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูลก็จะช่วยลดตัวเลขตรงนี้ด้วยการเสนอสินค้าในตะกร้าที่ลูกค้าเคยเพิ่มเอาไว้แม้จะมีการใช้งานอุปกรณ์อื่นในการเข้าชมเว็บไซต์

5. ช่วยให้ลูกค้ามีประสบการณ์การซื้อที่ดี

ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ชอบหากผู้ขายจะมารู้ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป แต่จะรู้สึกไว้วางใจและชื่นชอบเว็บไซต์ที่มีระบบตรวจสอบการโกง หรือ การแจ้งเตือนแอคเคาท์ที่เข้าข่ายหลอกลวง ซึ่งตรงนี้ Big Data สามารถช่วยคุณได้ ด้วยการเก็บข้อมูลนำมาวิเคราะหืและเรียนรู้พฤติกรรมของเจ้าของแอคเคาท์ที่กระทำการโกง เพื่อใช้เป็นรูปแบบในการตรวจสอบการโกงและทำการแจ้งเตือนแก่ลูกค้าได้ในอนาคต

Cr. smartdatacollective.com, static.pexels.com

READ  Big Data: สิ่งควรรู้เพื่อความสำเร็จ

Share:

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ไม่พลาดทุกการอัพเดทจาก Big Data Experience Center

Big Data Experience Center (BX)

ชั้น 12 อาคาร Knowledge Exchange Center (KX)
110/1 ถนนกรุงธนบุรี, แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600
อีเมล์: contact@bigdataexperience.org